News

DBSV คาดหุ้นไทยปีนี้แตะ 1,800 จุด รับรัฐกระตุ้นบริโภค-จีดีพีโต

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส คาด SET Index ปีนี้แตะ 1,800 จุด หรืออัปไซด์ 10% รับอานิสงส์การบริโภค และการลงทุนภาครัฐกระตุ้น อีกทั้งดอกเบี้ยยังทรงตัวในระดับต่ำ หนุนการลงทุน แต่เตือนปัยจัยเสี่ยงเฟดขึ้นดอกเบี้ย-ศก.จีนชะลอตัว แนะกลยุทธ์ลงทุนกลุ่มได้ประโยชน์จากการการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ-อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น เชียร์ AOT-CPN-AMATA-PTTEP โดดเด่น

น ส.อาภาภรณ์ แสวงพรรค ผู้อำนวยการบริหาร ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในงานสัมมนา DBSV Quarterly Review Q1/22 หัวข้อ “พิชิตตลาดปีเสือดุ ชูกลยุทธ์ลงทุนหุ้นไทย-เทศ” ว่า ทิศทางการลงทุนซื้อหวยออนไลน์ถูกกฎหมายมั่นใจได้ในตลาดหุ้นไทยปี 65 ดัชนียังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายดัชนีหุ้นอยู่ที่ 1,800 จุด หรือมีอัปไซด์ประมาณ 10% จากระดับดัชนีในปัจจุบัน โดยอิงกับอัตราการเติบโตของกำไรตลาด (EPS growth) ที่ระดับ 9% และ P/E ที่19.4 เท่า (เท่ากับระดับปิดสิ้นปี 64)

อย่างไรก็ตาม คาดว่ามีโอกาสจะเห็นดัชนีแตะ 1,800 จุดในช่วงครึ่งปีหลัง จากอานิสงส์ตัวเลขการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวกลับมา

ประเมินเศรษฐกิจฟื้น – ดอกเบี้ยทรงตัวต่ำ หนุนตลาด แต่ระวังปัจจัยเฟดขึ้นดอกเบี้ย

สำหรับปัจจัยบวกที่ช่วยสนับสนุนภาพรวมการลงทุนในตลาดหุ้นปีนี้คือ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ หลังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจปีนี้ 3.4% ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการบริโภคและการลงทุนของภาครัฐที่ขยายตัวดีขึ้น รวมทั้งได้รับอานิสงส์จากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในประเทศที่คาดการณ์ว่าจะยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำต่อไปจนถึงต้นไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ทำให้การลงทุนในตลาดหุ้นมีความน่าสนใจ โดยเฉพาะหุ้นปันผลที่จ่ายผลตอบแทนสูงชนะเงินเฟ้อและดอกเบี้ย นอกจากนี้ ยุโรปเริ่มพิจารณาให้โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่นและผู้คนสามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้

ส่วนปัจจัยลบคือ ภาพรวมเศรษฐกิจจีนที่เติบโตชะลอตัวลงหลังใช้มาตรการคุมเข้มโควิดโอมิครอน รวมทั้งตลาดยังมีความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจจะมีการปรับเพิ่มดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์ หลังจากที่ภาวะเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง และปัจจัยลบในประเทศ จับตากรณีที่นักท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศได้ยกเลิกและเลื่อนการจองห้องพักแล้ว 25-50% หลังจากที่มีการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 สายพันธ์โอมิครอน

แนะลงทุนหุ้นได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจฟื้นตัว-ดอกเบี้ยขาขึ้น

ด้านกลยุทธ์การลงทุนในปีนี้ แนะให้เลือกลงทุนและทยอยสะสมหุ้นธีมเด่นที่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น เช่น หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจประกัน รวมทั้งหุ้นที่อยู่ใน Mega Trend ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ EV แบตเตอรี่ โรงไฟฟ้า โรงพยาบาล และดิจิทัล & ความปลอดภัยด้านไซเบอร์

เชียร์ AOT-CPN-AMATA-PTTEP โดดเด่น

นายสมบัติ เอกวรรณพัฒนา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์โอมิครอนที่ไม่รุนแรงอย่างที่เคยคาดการณ์ไว้ ทำให้เศรษฐกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้และไม่น่าจะมีการปิดเมืองเหมือนปีที่ผ่านมา โดยดูจากจำนวนผู้ติดเชื้อน้อยกว่าคาดไว้ ผู้เสียชีวิตน้อยลงอยู่ระดับหลักสิบ สถานการณ์โอมิครอนในประเทศถือว่าเป็นไปด้วยดีจากการระดมฉีดวัคซีนที่มียอดสะสมมากกว่า 100 ล้านโดส และยังมีการเร่งฉีดเข็มบูสเตอร์ เข็ม 3-4 รวมถึงมีความพร้อมในการรับมือมากขึ้น

ส่วนหุ้นที่คาดว่าจะปรับตัวโดดเด่นปีนี้และแนะนำซื้อมีจำนวน 4 บริษัท ได้แก่ AOT ให้ราคาพื้นฐาน 75 บาท (DCF) จากแนวโน้มธุรกิจคาดว่าจะดีขึ้น ตั้งแต่ไตรมาสแรกปี 65 จากการเปิดประเทศมากขึ้น ทำให้การท่องเที่ยวจากทั้งภายในและต่างประเทศฟื้นตัวดีขึ้นแนวโน้มระยะยาว ส่วนความเสี่ยงอาจมาจากนักท่องเที่ยวจีนพิ่มน้อย การเรียกเก็บผลตอบแทน King Power ลดลง

CPN เป็นหุ้นรายแรกๆ ที่ได้ประโยชน์จากการเปิดเมือง แนะนำซื้อ กำหนดราคาพื้นฐาน 66 บาท (DCF) คาดการณ์ว่ารายได้ค่าเช่าและบริการในปี 65 จะดีขึ้นจากส่วนลดค่าเช่าที่ต่ำลง หลังจากปี 64 ที่คาดว่ามีรายได้เป็นเพียง 65% ของปี 62 ก่อนเกิดโควิด-19 ในปี 66 คาดว่ากลับสู่ระดับปกติได้ หลังสถานการณ์โรคระบาดคลี่คลาย ประมาณการกำไรสุทธิปีนี้เติบโต 21.6% หลังจากหดตัว 19.7% ในปี 64 ซึ่งถือว่ากลับมาฟื้นตัวได้ดีมาก

AMATA จะได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจฟื้นตัว การเปิดประเทศทำให้ยอดขายที่ดินในนิคมฯกระเตื้องขึ้น รายได้สาธารณูปโภคและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนสูงขึ้นได้อานิสงส์จากการลงทุนในพื้นที่ EEC ขณะที่ภาครัฐให้การส่งเสริมลงทุนพัฒนาที่ดินในประเทศลาว เป็นสมาร์ท แอนด์ อีโคซิตี ติดกับสิบสองปันนา คาดว่าจะเป็นผลดีในระยะยาว เพราะมีเส้นทางรถไฟความเร็วสูงลาว-จีนเชื่อมต่อ ราคาพื้นฐาน 23 บาท

PTTEP แนะนำซื้อราคาพื้นฐาน 160 บาท (DCF) คาดการณ์กำไรสุทธิปี 65 จะเพิ่มขึ้น 15% สะท้อนปรับสมมติฐานราคาน้ำมัน BRENT ขึ้นเป็น 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากเดิม 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลปัจจัยหนุนราคาน้ำมัน คือ อุปทานที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าอุปสงค์ กลุ่มโอเปกพลัสคงนโยบายเพิ่มการผลิต 4 แสนบาร์เรลต่อวันสำหรับเดือน ก.พ.65